“17 เรื่องร้องเรียนปี 61” : บรรทัดฐานข้อพิพาทระหว่างผู้ใช้บริการโทรคมนาคมกับค่ายมือถือ

ในปี 2561 มีเรื่องร้องเรียนที่ผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม และนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงานของ กสทช. ด้านโทรคมนาคมแล้ว จำนวน 24 เรื่อง ซึ่งในจำนวนนี้ สำนักงาน กสทช. ได้นำเข้าสู่การพิจารณาของ กสทช. จำนวน 22 เรื่อง โดยที่ประชุม กสทช. พิจารณาแล้วมีความเห็นสอดคล้องกับคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯ จำนวน 17 เรื่อง และอยู่ระหว่างรอการพิจารณา 5 เรื่อง ส่วนอีก 2 เรื่อง ที่ไม่ได้เสนอให้ กสทช. พิจารณานั้น เนื่องจากสำนักงาน กสทช. ได้ประสานผู้ประกอบการแก้ไขปัญหาเสร็จสิ้นแล้ว

สำหรับเรื่องร้องเรียนที่ กสทช. พิจารณาและมีมติแล้วนั้น ถือเป็นบรรทัดฐานในการแก้ไขข้อพิพาทเรื่องร้องเรียน ซึ่งหากผู้บริโภคประสบปัญหาการใช้บริการที่มีลักษณะเดียวกันกับเรื่องร้องเรียนเหล่านี้ ก็สามารถอ้างอิงผลการพิจารณาที่เป็นมติของ กสทช. เป็นบรรทัดฐานได้

ทั้งนี้ เรื่องร้องเรียนที่ กสทช. มีมติในปี 2561 จำนวน 17 เรื่อง ดังนี้

รท.รร 2940/2560 ผู้ร้องเรียนโต้แย้งเรื่องค่าบริการอินเทอร์เน็ตว่าไม่ได้มีการใช้งาน กสทช. มีมติว่า บริษัทได้แสดงรายละเอียดการใช้งานอินเทอร์เน็ต (CDR) พิสูจน์ยืนยันความถูกต้องในการ เรียกเก็บค่าบริการ ตามข้อ 22 ของประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 แล้ว

รท.รร 1656/2560 ผู้ร้องเรียนโต้แย้งเรื่องการเก็บค่าโทรศัพท์ต่างประเทศ (เวียดนาม) ว่าบริษัทแจ้งข้อมูลในเว็บไซต์ว่า อัตราค่าบริการโทรออก รับสายนาทีละ 33 บาท แต่กลับถูกเรียกเก็บในอัตรานาทีละ 75 บาท กสทช. มีมติว่า บริษัทได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อยืนยันความถูกต้องในการเรียกเก็บค่าบริการภายใน 60 วัน แต่เงื่อนไขในการใช้บริการที่แสดงในเว็บไซต์ของบริษัทฯ ไม่ชัดเจนเพียงพอ เมื่อผู้ร้องเรียนสมัครใช้บริการตามอัตราที่แสดงในเว็บไซต์ 33 บาทต่อนาที บริษัทจึงมีสิทธิเรียกเก็บค่าบริการในอัตรา 33 บาทต่อนาที และให้บริษัทปรับปรุงการโฆษณาในเว็บไซต์และโบรชัวร์ ให้ระบุอัตราค่าบริการขั้นต่ำ-ขั้นสูง และเครือข่ายของผู้ให้บริการให้ชัดเจน

รท.รร 1537/2560 ผู้ร้องเรียนโต้แย้งว่าใช้โทรศัพท์พื้นฐาน 02 โทรไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัท ถูกเรียกเก็บค่าบริการในอัตรานาทีละ 6 บาท บริษัทชี้แจงว่าเนื่องจากซิมการ์ดหมายเลขดังกล่าว จดทะเบียนในเขตภาคใต้ ผู้ร้องต้องการให้คืนส่วนต่างค่าโทรนาทีละ 3 บาท กสทช. มีมติว่า บริษัทไม่ต้องคืนเงินให้แก่ผู้ร้องเรียน เนื่องจากมิได้เป็นผู้เรียกเก็บค่าบริการโทรศัพท์ประจำที่ และบริษัทได้ดำเนินการเยียวยาปัญหาให้แก่ผู้ร้องเรียนแล้ว โดยนำเสนอเลขหมายใหม่ที่เป็นหมวดเลขหมายภาคกลางและแพ็กเกจการใช้งานใหม่ให้แก่ผู้ร้องเรียนแล้ว

รท.รร 2164/2560 ผู้ร้องเรียนประสบปัญหาคุณภาพสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่ดี ไม่สามารถใช้บริการได้อย่างปกติ กสทช. มีมติว่า บริษัทได้ดำเนินการแก้ไขคุณภาพการให้บริการอินเทอร์เน็ตให้แก่ผู้ร้องเรียน จนสามารถใช้บริการได้ตามปกติแล้ว แต่หากผู้ร้องเรียนประสบปัญหาในการใช้บริการอีก บริษัทจะต้องดำเนินการแก้ไขให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ ส่วนกรณีที่ผู้ร้องเรียนต้องการให้บริษัทฯ ชดเชย คืนเงินค่าใช้บริการจำนวน 2 ปีครึ่งนั้น เห็นว่าเนื่องจากผู้ร้องเรียนมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตมาโดยตลอด แม้จะมีเหตุขัดข้องเป็นครั้งคราว แต่บริษัทฯ ก็ได้แก้ไขและได้ชดเชยค่าใช้บริการให้แก่ผู้ร้องเรียนแล้ว จึงถือว่าบริษัทฯ ได้แก้ไขเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นให้แก่ผู้ร้องเรียนอย่างเหมาะสมแล้ว

รท.รร 2286/2560 ผู้ร้องเรียนประสบปัญหาคุณภาพสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่ดี ไม่สามารถใช้บริการได้อย่างปกติ ต่อมาผู้ร้องเรียนกับบริษัทได้ทำบันทึกข้อตกลงประนีประนอมยอมความ ต่อมาผู้ร้องเรียนเห็นว่า บริษัทไม่สามารถทำให้บริการอินเทอร์เน็ตใช้ได้ดีตามที่ได้ตกลง จึงต้องการเรียกค่าเสียหาย กสทช. มีมติว่า กรณีผู้ร้องเรียนขอให้บริษัทฯ คืนเงินค่าบริการที่ชำระไปแล้ว จำนวน 33,829.20 บาทนั้น เป็นเรื่องที่คู่กรณีได้ทำข้อตกลงขึ้นระหว่างกัน หากบริษัทฯ ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ผู้ร้องเรียนสามารถใช้สิทธิฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย แต่ทั้งนี้ ไม่อยู่ในอำนาจของ กสทช. และสำนักงาน กสทช. ที่จะบังคับให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวได้ และกรณีนี้บริษัทฯ ได้ยกเลิกบริการอินเทอร์เน็ตและคืนเงินค่าติดตั้งจำนวน 137,280 บาทให้แก่ผู้ร้องเรียนแล้ว ดังนั้น จึงถือว่าบริษัทฯ ได้แก้ไขเยียวยาปัญหาตามข้อร้องเรียนแล้ว

รท.รร 1567/2560 ผู้ร้องเรียนถูกเรียกเก็บค่าบริการเสริมโดยมิได้สมัครใช้บริการและเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อ TrueSmart 4GSPEEDY 5.0 ถูกล็อกเครือข่ายไม่สามารถใช้งานกับเครือข่ายอื่นได้ กสทช. มีมติว่า กรณีผู้ร้องเรียนถูกเรียกเก็บค่าบริการข้อความสั้น (SMS) ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่เลขหมาย   09 5765 4499 ที่ไม่ได้ใช้หรือสมัคร บริษัทได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนสอดคล้องตามข้อ 22 ของประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 กำหนดแล้ว ส่วนกรณี เครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อ TrueSmart 4GSPEEDY 5.0 ถูกล็อกเครือข่ายไม่สามารถใช้งานกับเครือข่ายอื่นได้นั้นไม่ขัดต่อมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ. การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และบริษัทฯ ได้ให้บริการเป็นไปตาม ข้อ 6 และ 8 ของประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 กำหนดแล้ว

รท.รร 2671/2560 ผู้ร้องเรียนใช้เครือข่าย DTAC ต่อมาเปลี่ยนไปใช้ Line Mobile   ทำให้ไม่ได้รับสิทธิตามรายการส่งเสริมการขายเดิมของ DTAC ผู้ร้องต้องการสิทธิตามเดิมเพราะเห็นว่า Line Mobile และ DTAC เป็นเครือข่ายเดียวกัน กสทช. มีมติว่า ผู้ร้องเรียนมีสิทธิใช้บริการตามรายการส่งเสริมการขายแฮปปี้เบอร์คนโปรดได้ตามเงื่อนไขของรายการส่งเสริมการขาย และบริษัทฯ ได้ดำเนินการเยียวยาแก้ไขปัญหา โดยคืนเงินค่าสมัครรายการส่งเสริมการขาย จำนวน 50 บาท และค่าใช้บริการระหว่างวันที่ 20 ตุลาคม 2560 ถึง 15 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 86.51 บาท ให้แก่ผู้ร้องเรียนแล้ว

รท.รร 2823/2560 ผู้ร้องเรียนใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน ในรายการส่งเสริมการขาย SIM 168 ออกค่าโทรเป็นเงิน ทุกสิ้นเดือนถ้ามีเงินเหลือในระบบ บริษัทจะคืนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ให้ผู้ร้องเรียน ต่อมาผู้ร้องเรียนยกเลิกบริการและต้องการให้บริษัทคืนเงินคงเหลือทั้งหมด 2 เลขหมาย คือ 98,041 บาท และ 137,251 บาท แต่บริษัทปฏิเสธที่จะคืนทั้งหมด โดยจะคืนให้ครั้งละ 2,000 บาท กสทช. มีมติว่า บริษัทต้องคืนเงินคงเหลือในระบบของ 2 เลขหมายให้แก่ผู้ร้องเรียน เนื่องจากผู้ร้องเรียนได้ยกเลิกบริการแล้ว และบริษัทฯ ต้องชำระค่าเสียประโยชน์ในอัตราเท่ากับดอกเบี้ยที่บริษัทฯ คิดจากผู้ใช้บริการกรณีผู้ใช้บริการผิดนัดไม่ชำระค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการแก่ผู้ร้องเรียน นับแต่วันเลิกสัญญาตามประกาศ กทช. เรื่องมาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ข้อ 34

รท. รร 2043/2560 ผู้ร้องเรียนซื้อซิมโทรศัพท์ แต่ไม่สามารถลงทะเบียนได้ บริษัทแจ้งว่าเป็นหมายเลขกลุ่มเบอร์มงคล ต้องใช้งานต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน และปฏิบัติตามเงื่อนไขของบริษัท ผู้ร้องเรียนโต้แย้งว่า ขณะซื้อซิมการ์ดไม่ปรากฏว่ามีการแจ้งเงื่อนไขเหล่านี้ให้ทราบ กสทช. มีมติว่า บริษัทไม่มีสิทธิปฏิเสธการลงทะเบียนซิมโดยกำหนดเงื่อนไขว่าต้องใช้บริการรายการส่งเสริมการขายใดตามที่บริษัทประสงค์ กรณีที่เลขหมายดังกล่าวได้ถูกจำหน่ายไปแล้ว บริษัทต้องให้ผู้ร้องเรียนเลือกเลขหมายอื่นในกลุ่ม “เบอร์เสริมชีวิต รุ่งเรือง มั่งคั่ง” และลงทะเบียนให้ตามรายการส่งเสริมการขายที่ผู้ร้องเรียนประสงค์ และบริษัทต้องส่งเงื่อนไขการทำสัญญาให้ กสทช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนตาม มาตรา 51 ของพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544

รท.รร 2549/2560 ผู้ร้องเรียนประสบปัญหาไม่สามารถใช้บริการโทรศัพท์พื้นฐานได้ตามปกติ  กสทช. มีมติว่า บริษัทได้ดำเนินการแก้ไขเหตุขัดข้อง และได้ยกเว้นเรียกเก็บค่าบริการในช่วงเวลาที่ ผู้ร้องเรียนไม่สามารถใช้บริการ ซึ่งสอดคล้องกับข้อ 14 ของประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 กำหนดแล้ว ส่วนค่าบริการโทรศัพท์พื้นฐานที่เกิดขึ้นภายหลังการสิ้นสุดสัญญาร่วมการงานฯ (ระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กับ บริษัท ทีโอที) บริษัท (ทรู) ไม่ได้เป็นผู้เรียกเก็บค่าบริการ บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ในการปรับลดค่าบริการดังกล่าว และการที่บริษัทฯ ได้เสนอส่วนลดค่าบริการอินเทอร์เน็ตให้ทดแทน แต่ผู้ร้องเรียนไม่รับข้อเสนอ กรณีจึงถือได้ว่า บริษัทได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนให้แก่ผู้ร้องเรียนโดยเหมาะสมแล้ว และตาม พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และ พ.ร.บ. การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 มิได้กำหนดให้ กสทช. หรือสำนักงาน กสทช. มีอำนาจในการพิจารณาเกี่ยวกับการกำหนดค่าเสียหาย ดังนั้น ในประเด็นที่ผู้ร้องเรียนประสงค์จะเรียกให้บริษัทชดเชยค่าเสียหายโดยการให้บริษัทรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการลงโฆษณาทุกวัน เป็นระยะเวลานาน 3 เดือน         หรือให้บริษัท (ทรู) ลงโฆษณาให้บริษัทของผู้ร้องเรียนเป็นระยะเวลานาน 3 เดือน กสทช. หรือสำนักงาน กสทช. จึงไม่สามารถพิจารณาให้ได้

รท รร. 3190/2560 ผู้ร้องเรียนถูกยกเลิกบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และถูกยึดหมายเลขโทรศัพท์ เนื่องจากไม่ได้ชำระค่าบริการ ผู้ร้องเรียนอ้างว่าไม่ได้รับใบแจ้งให้ชำระค่าบริการ กสทช. มีมติว่า บริษัทได้จัดส่งใบแจ้งค่าใช้บริการไปยังสถานที่ติดต่อของผู้ร้องเรียนที่ได้แจ้งไว้ในสัญญา แม้ต่อมาผู้ร้องเรียนแจ้งว่า ไม่ได้รับใบแจ้งค่าใช้บริการเนื่องจากย้ายที่อยู่ใหม่ การจัดส่งใบแจ้งค่าใช้บริการของบริษัทฯ ก็สอดคล้องตามข้อ 18 ของประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 แล้ว และกรณีที่ผู้ร้องเรียนค้างชำระค่าบริการสองรอบบิลติดต่อกัน และบริษัทได้มีการแจ้งเตือนให้ผู้ร้องเรียนทราบถึงวันครบกำหนดที่แน่นอนแล้ว บริษัทจึงมีสิทธิยกเลิกสัญญาการให้บริการ ตาม ข้อ 33 (2) ของประกาศ กทช. เรื่องมาตรฐานสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 แล้ว ดังนั้น บริษัทจึงไม่ต้องคืนเลขหมายให้แก่ผู้ร้องเรียน

รท.รร 1097/2561 ผู้ร้องเรียนใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประสบปัญหาอินเทอร์เน็ตช้า จึงต้องการย้ายเครือข่าย แต่ถูกปฏิเสธโดยบริษัทอ้างว่าติดเงื่อนไขส่วนลดค่าเครื่องจึงยังไม่สามารถใช้บริการคงสิทธิเลขหมายไปใช้บริการค่ายอื่นได้ กสทช. มีมติว่า สิทธิในการขอโอนย้ายเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นสิทธิของผู้ร้องเรียน ซึ่งเป็นผู้ใช้บริการตามข้อ 6 ของประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และหากไม่ปรากฏเหตุในการปฏิเสธคำขอโอนย้ายดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ ๑๗ ของประกาศ กทช. ดังกล่าว ผู้ให้บริการจะกระทำการใดๆ อันเป็นเหตุในการกีดกันขัดขวาง หรือหน่วงเหนี่ยว การโอนย้ายผู้ใช้บริการไม่ได้ ซึ่งในกรณีตามข้อร้องเรียนนี้ หากไม่ปรากฏเหตุในการปฏิเสธคำขอโอนย้ายเลขหมายดังกล่าวโดยไม่ปรากฏการค้างชำระค่าบริการ ผู้ร้องเรียนสามารถขอโอนย้ายเลขหมายดังกล่าว ไปยังผู้ให้บริการรายอื่น ได้ตามข้อ 6 และข้อ 22 ของประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้งนี้ หากผู้ร้องเรียนประสงค์โอนย้ายเลขหมาย ผู้ร้องเรียนสามารถยื่นคำขอโอนย้ายเลขหมายต่อผู้ให้บริการรายใหม่ได้ตามขั้นตอนการขอโอนย้ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตามข้อ 9 ของประกาศ กทช. ดังกล่าว และการโอนย้ายถือเป็นการเลิกสัญญา ระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการหากเกิดความเสียหายต้องไปใช้สิทธิเรียกร้องทางแพ่ง เช่น ส่วนต่างของราคาค่าเครื่องโทรศัพท์ หรือค่าเสียหายอื่นๆ  ในกรณีนี้ ยังไม่ปรากฏหลักฐานการโอนย้ายตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนด และยังคงใช้บริการอยู่ ผู้ร้องเรียนจึงต้องรับผิดชอบในค่าบริการที่เกิดขึ้นจนกว่าจะมีการขอโอนย้ายตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนด

รท. รร 646/2561 ผู้ร้องเรียนเป็นผู้ทำสัญญาใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่กับบริษัท แต่แม่ของผู้ร้องเรียนเป็นผู้ใช้โทรศัพท์ ต่อมาพนักงานของบริษัทติดต่อมายังแม่ของผู้ร้องเรียน เพื่อเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ให้ใหม่ โดยมีเงื่อนไขต้องใช้บริการ 1 ปี โดยผู้ร้องเรียนไม่รับทราบ ผู้ร้องเรียนจึงต้องการยกเลิกบริการและขอโทรศัพท์เครื่องเก่าคืน กสทช. มีมติว่า บริษัทไม่มีสิทธิเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขบริการโดยไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สัญญา อนึ่ง กรณีเรื่องเครื่องโทรศัพท์ที่บริษัทตกลงจะคืนให้กับผู้ร้องเรียน ให้บริษัทดำเนินการตามที่ได้ตกลงไว้ ส่วนกรณีผู้ร้องเรียนต้องการเรียกร้องค่าเสียหายรวมถึงค่าเสียเวลา จำนวน 5,000 บาท นั้น เป็นกรณีที่ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของ กสทช. และสำนักงาน กสทช. ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544

รท. รร 2798/2560 ผู้ร้องเรียนประสบปัญหาไม่สามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ได้ตามปกติ กสทช. มีมติว่า บริษัทได้ตรวจสอบคุณภาพสัญญาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตพบว่า อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถใช้งานได้ตามปกติ พร้อมได้แสดงรายละเอียดการใช้งานอินเทอร์เน็ตของ            ผู้ร้องเรียนระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม ถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้ร้องเรียนสามารถใช้บริการได้ตามปกติ ดังนั้น บริษัทจึงมีสิทธิเรียกเก็บค่าบริการจำนวน 1,262.60 บาทที่ผู้ร้องเรียนค้างชำระได้ ส่วนกรณีการติดตามทวงถามหนี้นั้น เห็นว่า เป็นการใช้สิทธิตามปกติของบริษัทไม่มีลักษณะเป็นการข่มขู่แต่อย่างใด แต่บริษัทควรปรับปรุงการทำงานของเจ้าหน้าที่ติดตามทวงถามหนี้ เพื่อให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับค่าบริการที่ค้างชำระและอำนวยความสะดวกในการชำระค่าบริการให้แก่ผู้ใช้บริการต่อไป

รท. รร 1134/2561 ผู้ร้องเรียนประสบปัญหาคุณภาพการใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่เป็นไปตามที่โฆษณา กสทช. มีมติว่า จากการตรวจสอบคุณภาพการให้บริการโทรคมนาคมประเภทข้อมูลสำหรับเทคโนโลยี 3G และ 4G พบว่า คุณภาพสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานของคุณภาพการให้บริการโทรคมนาคมประเภทข้อมูลผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมเคลื่อนที่ ซึ่งบริษัทต้องดำเนินการปรับปรุงคุณภาพสัญญาณการให้บริการประเภทข้อมูลให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงาน กสทช. กำหนด ทั้งนี้ ให้บริษัทรายงานผลการดำเนินการดังกล่าวมายังสำนักงาน กสทช. ภายในเวลา 30 วัน และบริษัทฯ ต้องเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้ร้องเรียน โดยคืนเงินส่วนต่างที่ได้สมัครรายการส่งเสริมการขายอินเทอร์เน็ตจำนวน 160 บาท ตามคำขอของผู้ร้องเรียน ตามประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ข้อ 13 วรรคสอง ส่วนกรณีผู้ร้องเรียนเรียกร้องให้บริษัทชดใช้ค่าเสียหายเชิงลงโทษ นั้น เป็นกรณีที่พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ไม่ได้กำหนดให้เป็นอำนาจ กสทช. และสำนักงาน กสทช. ที่จะดำเนินการได้

รท. รร 1149/2561 บิดาของผู้ร้องเรียนใช้โทรศัพท์แบบชำระค่าบริการล่วงหน้า ต่อมาบิดาเสียชีวิต และโทรศัพท์ถูกยกเลิกบริการ ผู้ร้องเรียนต้องการให้บริษัท คืนเลขหมายและเปิดใช้บริการตามปกติ กสทช. มีมติว่า ว่าโทรศัพท์หมายเลขที่ร้องเรียนถูกยกเลิกบริการเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2560 เนื่องจากไม่เติมเงินภายในระยะเวลาที่กำหนด และหมายเลขดังกล่าวเป็นของบิดาผู้ร้องเรียน ซึ่งได้เสียชีวิตแล้ว ดังนั้น บริษัทจึงมีสิทธิยกเลิกบริการตามข้อ 28 (2) ของประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 และเมื่อสัญญาเลิกกัน บริษัทต้องคืนเงินคงเหลือในระบบให้แก่ผู้ใช้บริการ ซึ่งบริษัทได้คืนเงินคงเหลือจำนวน 153.12 บาท ให้แก่ผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นทายาทของผู้ตายแล้ว เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 ส่วนประเด็นเรื่องสิทธิในการขอคืนเลขหมายโทรศัพท์นั้น ผู้ร้องเรียนมิได้เป็นคู่สัญญากับบริษัทและมิได้รับโอนสิทธิการใช้บริการก่อนที่โทรศัพท์หมายเลขดังกล่าวจะถูกยกเลิกบริการ ดังนั้น บริษัทฯ จึงไม่ต้องคืนโทรศัพท์เลขหมายดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องเรียน

รท.รร 1013/2561 ผู้ร้องเรียนได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่บริษัท N-Content เพื่อชวนให้สมัครใช้บริการเสริม ผู้ร้องเรียนเห็นว่า บริษัทผู้ให้บริการโทรคมนาคมนำข้อมูลของผู้ใช้บริการไปเปิดเผยแก่บุคคลภายนอกจึงต้องการให้ตรวจสอบ กสทช. มีมติว่า บริษัท N-Content เป็นผู้ร่วมให้บริการเสริมด้านเนื้อหา (Content Partner Agency : CPA) ได้รับข้อมูลเลขหมาย 08 1668 5789 มาจากการที่ผู้ร้องเรียนสมัครใช้บริการโหลดเพลงรอสายของบริษัท N-Content ดังนั้นจึงมิใช่กรณีที่บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด เปิดเผยข้อมูลเลขหมายโทรศัพท์ของผู้ร้องเรียนให้แก่บริษัท N-Content กรณีคำขอให้มีมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ กสทช. ได้มีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ร้องเรียน โดยที่ผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการไปเปิดเผยให้แก่บุคคลอื่น โดยที่ผู้ใช้บริการไม่ให้ความยินยอม ทั้งนี้ เป็นไปตามประกาศ กทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิในความเป็นส่วนตัว และเสรีภาพในการสื่อสารถึงกันโดยทางโทรคมนาคมข้อ 3